ทนายแอ๋มยัน! ‘เปรี้ยว’ไม่พลั้งมือ-วางแผนฆ่าชัดไม่หนักใจกลับคำ กราบเท้าสารภาพแล้ว

หัวข้อ: ทนายแอ๋มยัน! ‘เปรี้ยว’ไม่พลั้งมือ-วางแผนฆ่าชัดไม่หนักใจกลับคำ กราบเท้าสารภาพแล้ว  (อ่าน 231 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ รีวิวอาหารเสริมผู้ชาย

  • นักรีวิวอาหารเสริมผู้ชาย
  • เริ่มหัดช่วยตัวเอง
  • ****
  • กระทู้: 54
  • พลังน้ำใจ: 0
    • ดูรายละเอียด

ถ้าชอบให้ กดถูกใจ กด Like ด่วน >>>




วันที่ 21 ก.พ. ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าองค์คณะผู้พิพากษา เบิกพยานเพื่อสอบคำให้การต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยมีผู้ต้องหาประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัยหรือเปรี้ยว,น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิน,น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิตหรือแจ้,น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเลนท์ และนานวศิน นามพรม จากการน่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม โดยองค์คณะผู้พิพากษายังคงใช้ห้องพิจารณาคดีที่ 8 ชั้น 3 ศาลจังหวัดขอนแก่นทำการสอบคำให้การฝ่ายโจทก์เช่นเดิม

นายนพดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานอัยการได้เบิกตัว พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ให้การต่อเนื่องและหากการให้การแล้วเสร็จ ฝ่ายโจทก์จะขอเบิกตัว นางพิชชาภา คำเพิงใจ แม่ของน้องแอ๋ม ขึ้นให้การตามข้อกล่าวหาที่พนักงานอัยการได้ตั้งไว้เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหาตามมาตรา 289 ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

“แม้จำเลยทั้งหมดจะให้การปฏิเสธ โดยเฉพาะ น.ส.เปรี้ยว ให้การว่า เป็นการพลั้งมือจากการปิดปาก แต่มือไปปิดจมูกน้องแอ๋ม จนขาดอากาศหายใจ ในฐานะทนายความฝ่ายโจทก์ ไม่มีความหนักใจในเรื่องที่ฝ่ายจำเลยให้การปฏิเสธในข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรอง เพราะการสืบสวนเรื่องราวต่างที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพยานต่างๆและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยัน จึงมีความชัดเจนว่าเป็นการไตร่ตรองก่อน และฝ่ายโจทก์มีหลักฐานเด็ด ที่ชี้ชัดว่าน้องแอ๋มตายหลังจากขึ้นรถแล้ว รวมถึงคำให้การของจำเลยบางคนที่ยืนยันว่า น้องแอ๋ม ถูกล่อลวงมาขึ้นรถ และแยกที่นั่งกัน โดย น.ส.เปรี้ยวไปหลบซ่อนที่ด้านหลังรถ ในจุดที่เป็นที่เก็บของ เมื่อน้องแอ๋มขึ้นรถมาก็มีการรุมทำร้ายและใช้ถุงดำรัดคอ จนสิ้นใจ ในจุดนี้จึงไม่ใช่การพลั้งมือ แต่เป็นการวางแผนมาเป็นอย่างดี”

นายนพดล กล่าวว่า คดีนี้จำเลยกลับคำให้การในชั้นศาลแทบทั้งหมด เช่นการตาย ในช่วงการถูกจับกุมจำเลยบอกว่า ตบตีกันบีบคอจนน้องแอ๋มสิ้นใจ จึงไปซื้ออุปกรณ์ที่ใช้หั่นศพบรรจุศพ แต่ในวันนี้ จำเลยกลับบอกว่า ขึ้นรถแล้วรุมทำร้ายกันในรถ แต่แอ๋มยังไม่เสียชีวิต จึงขับรถวนไปมาหลายกิโลเมตร น้องแอ๋มก็ยังมีชีวิตอยู่ จึงได้พากันไปร้านสะดวกซื้อที่บ้านโนนทัน เพื่อซื้อถุงดำ เมื่อได้ถุงดำมา น.ส.เปรี้ยวจึงใช้ถุงดำรัดคอน้องแอ๋มจนสิ้นใจ และมีเสียงตะโกนบอกกันว่า ตายแล้ว จึงได้ไปที่รีสอร์ท สถานที่หั่นศพ แยกร่างเป็น 4 ชิ้น

อีกทั้งมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว จำเลยได้กราบเท้าแม่คนตายพร้อมกับสารภาพผิดที่ได้ฆ่าน้องแอ๋ม อย่างไรก็ตามฝ่ายโจทก์ไม่มีความวิตกกังวลในเรื่องที่จำเลยปฏิเสธ รวมถึงจำเลยขอสู้ในคดีแพ่งที่ฝ่ายโจทก์เรียกร้องค่าเสียหายรวม 10,300,000 บาท เนื่องจากผู้ตายทำงานมีรายได้เดือนละ 100,000 บาท ส่งให้แม่เดือนละ 30,000 บาท การที่เรียกร้องจำนวนนี้ ก็เป็นเรื่องที่ฝ่ายจำเลยต้องจ่าย

เครดิต https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_764637

Facebook Comments