ไวรัสตับอักเสบ จากการ “กินตับ”

หัวข้อ: ไวรัสตับอักเสบ จากการ “กินตับ”  (อ่าน 1009 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ อาหารเสริมผู้ชาย

  • นักเขียนสบูจ๋าย
  • ดร เซ็กส์
  • *****
  • กระทู้: 10289
  • พลังน้ำใจ: 8
    • ดูรายละเอียด

ไวรัสตับอักเสบ จากการ “กินตับ”
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 01:48:58 pm »

ถ้าชอบให้ กดถูกใจ กด Like ด่วน >>>

.
.


ไวรัสตับอักเสบ จากการ “กินตับ”








ตับอักเสบ เป็นภาวะทางการแพทย์ที่มีการอักเสบของตับและเกิดการทำลายของเซลล์ตับ ทำให้การทำหน้าที่ต่าง ๆ ของตับผิดปกติ ร่างกายอาจแสดงอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยหรือไม่แสดงอาการเลยแต่มักจะนำไปสู่อาการดีซ่าน จะมีอาการเบื่ออาหารและอาการไข้ พบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ได้ในทุกวัย ทั้งชายและหญิง ส่วนใหญ่เป็นโรคตับอักเสบเฉียบพลันถ้าเป็นโรคนี้น้อยกว่าหกเดือน ส่วนน้อยอาจเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังถ้าเป็นโรคนี้นานกว่านั้น

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบนั้นสามารถเกิดได้หลายชนิด คือ A, B, C, D, และ E


แต่ไวรัสที่เราจะพูดถึงก็คือ ไวรัสชนิด B และ C เพราะจะเป็นไวรัสที่มีโอกาสติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากที่สุด









โรคไวรัสตับอักเสบบี คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดบี สามารถติดต่อทางเลือด น้ำเชื้อ และน้ำหลั่งอย่างอื่น เช่น น้ำเหลือง โดยสามารถรับเชื้อได้โดยวิธีดังต่อไปนี้

1.   การมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อโดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัย

2.   การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

3.   การใช้เข็มสักตามตัวหรือสีที่ใช้สักตามตัวร่วมกัน และการเจาะหู

4.   การใช้แปรงสีฟัน มีดโกน ที่ตัดเล็บร่วมกัน

5.   การติดเชื้อขณะคลอดจากแม่ที่มีเชื้อ (ถ้าแม่มีเชื้อลูกมีโอกาสได้รับเชื้อ 90%)

6.   การถูกเข็มตำจากการทำงาน

7.   การสัมผัสกับเลือด น้ำเลือด น้ำคัดหลั่ง โดยผ่านเข้าทางบาดแผล


โรคไวรัสตับอักเสบซี คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดซี สามารถติดต่อกันทางเลือดหรือเพศสัมพันธ์คล้ายกับไวรัสตับอักเสบบี แต่ไม่สามารถติดต่อกันได้ทางการให้นมบุตร การจามหรือการไอ การรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำด้วยกัน และการใช้ถ้วยชามร่วมกัน

เชื้อไวรัสนี้เมื่อเข้าไปในร่างกายจะแบ่งตัวและอาศัยอยู่ในตับ ระยะแรกทำให้เกิดตับอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งมักจะมีอาการไม่มาก ทำให้ผู้รับเชื้อไม่ทราบว่ามีตับอักเสบ โดยประมาณเกือบ 8% ของผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีการติดเชื้อเรื้อรังและตามมาด้วยตับอักเสบแบบเรื้อรังแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ค่อยมีอาการชัดเจน ผ่านไปประมาณ 10-30 ปีจึงเข้าสู่ระยะตับแข็ง และอีกสิบปีต่อมาจึงถึงระยะท้ายของโรคตับแข็ง เมื่อมีโรคตับแข็งเกิดขึ้นจะมีโอกาสเกิดมะเร็งตับได้ประมาณ 1-3% ต่อปี (ใน 100 คนที่เป็นโรคตับแข็งจากไวรัสซี ถ้าติดตามไป 1 ปีจะมี 3 คนเป็นมะเร็งตับ)









การป้องกันการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ
1.   หลีกเลี่ยงการรับ การสัมผัสเลือด น้ำเหลือง สิ่งคัดหลั่ง ของผู้อื่น ไม่ใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

2.   ไม่สำส่อนทางเพศ ใช้ถุงยางอนามัย

3.   การฉีดวัคซีนป้องกัน ไวรัสตับอักเสบ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน









แต่วิธีป้องกันที่ง่ายที่สุด ก็คือ การมีอนามัยส่วนบุคคล ส่วนรวมที่ดี เช่น การล้างมือให้สะอาดก่อนทำสิ่งใด หลังการขับถ่าย การประกอบอาหารถูกหลักอนามัย เลือกรับประทานอาหารที่สุก น้ำดื่มที่สะอาด เป็นต้น

เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถลดโอกาสการเป็นโรคไวรัสตับอักเสบได้แล้ว!


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.chivitchiva.com/2014/03/11/%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9A/

http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9540000050838


บทความนี้สนับสนุนโดยอาหารเสริมผู้ชาย Vitalmax เหนือกว่าไวอากร้าเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ผลลัพธ์ยาวนาน 2-3 วัน
Line : @vitalmax (มีเครื่องหมาย @) Tel : 096-7694569 www.vitalmax69.com


.
.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2017, 12:58:17 pm โดย อาหารเสริมผู้ชาย »
Facebook Comments

ออฟไลน์ Beebow

  • เด็กยังซิง
  • *
  • กระทู้: 1
  • พลังน้ำใจ: 0
    • ดูรายละเอียด

Re: ไวรัสตับอักเสบ จากการ “กินตับ”
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2017, 06:01:24 pm »

คนพลาดกันเยอะนะคะ พอเป็นมาแล้วสายเกินไป ต้องรีบไปตรวจนะคะ เดี๋ยวนี้มีคลินิคดีๆ มากมายที่ตรวจเลือดหาเชื้อ HIV นะ ของญาติเราไปตรวจที่ V-med Clinic เชียงใหม่ค่ะ บริการดี ราคาไม่แพง โทรไปคุยกับเขาก่อนได้นะคะที่เบอร์ 052-001119 หรือ www.vmedclinic.com ค่ะ