ไขข้อสงสัย พบยาเลิฟในปาก นศสาวโชคร้ายถูกไอ้หื่น 4 คนข่มขืนจนหัวใจวายตาย

หัวข้อ: ไขข้อสงสัย พบยาเลิฟในปาก นศสาวโชคร้ายถูกไอ้หื่น 4 คนข่มขืนจนหัวใจวายตาย  (อ่าน 8406 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ admin

  • สนใจ DVD สอนนวดเฉพาะจุดสตรี PM มาได้เลย
  • Administrator
  • ดาราหนังโป๊ยกมือไหว้
  • *****
  • กระทู้: 2664
  • พลังน้ำใจ: 167
    • ดูรายละเอียด

ถ้าชอบให้ กดถูกใจ กด Like ด่วน >>>

  จากคดีสะเทือนใจ น.ส.เอ (นามสมมติ) นศ.สาววัย 19 ปี ถูกคนร้าย 4 คนรุมโทรมจนเสียชีวิตในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางซื่อ กทม. โดยตำรวจสามาถจับกุมคนร้ายได้ทั้ง 4 คน คือ นายเขตตะวัน วิวัฒนานนท์ อายุ 21 ปี นายคณากร ทองเอม อายุ 19 ปี นายคงกระพัน สังข์มีน้อย อายุ 21 ปี และนายธวัชชัย บุบผามะตะนัง อายุ 28 ปี ซึ่งตำรวจพบว่าผู้ตายอาจโดนมอมยาแล้วถูกล่อลวงไปขืนใจจนเกิดหัวใจวายเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ตามที่นำเสนอข่าวไปนั้น (อ่านข่าว :เปิดภาพวงจรปิดเห็นนาที 4 โจ๋ล็อก"นศ.สาว"เข้าโรงแรม แฉมอมยาเลิฟ-ปลุกเซ็กซ์



   นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานคณะทำงานสร้างเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลภาคประชาชน (สยส.) กล่าวว่า ยาเลิฟที่กล่าวมานั้น หากหมายถึงยากลุ่มอัลปราโซแลม ควรจะเรียกว่ายาข่มขืนมากกว่า เนื่องจากยาอัลปราโซแลม เป็นยาที่มีผลต่อจิตประสาท ทำให้คุมสติไม่อยู่ หมดสติ ไม่รู้สึกตัวเลย


  "ที่ผ่านมาจะมีการใช้ยากลุ่มนี้ในการหลอกลวงหญิงสาว เพื่อไปข่มขืน โดยมากจะผสมกับน้ำ เนื่องจากไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ทำให้สังเกตยาก แต่ปัจจุบันมีการเติมสีเข้าไป เพื่อให้เมื่อละลายน้ำจะสังเกตได้ง่ายขึ้น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีเหยื่อที่ถูกล่อลวงเช่นนี้อยู่"นพ.พิสนธิ์



  นพ.พิสนธิ์ กล่าวอีกว่า ตนไม่ทราบว่า ยาที่พบในกรณีของหญิงสาวที่ถูกรุมโทรมนั้น เกิดจากยาชนิดใด แต่หากเป็นยาอัลปราโซแลม ยาตัวนี้จัดเป็นยาที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ควบคุมอยู่ โดยได้ยกระดับเป็นยาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ต้องอยู่ในการควบคุม โดยไม่อนุญาตให้จำหน่ายได้ในร้านขายยา ส่วนใหญ่ใช้ในโรงพยาบาล แต่ก็จำกัดการใช้ เนื่องจากยานี้ใช้มากๆทำให้เกิดการติด เหมือนยาเสพติดได้



 ด้านภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้จัดยาอัลปราโซแลม (alprazolam) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ซึ่งห้ามขายในร้านขายยาโดยเด็ดขาด ส่วนใหญ่มีใช้ในโรงพยาบาล และในคลินิกบางแห่งที่ขออนุญาตการใช้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หากพบการจำหน่ายถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษจำคุก5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 1-5 แสนบาท ทั้งนี้ หากพบการลักลอบจำหน่ายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที หรือโทรแจ้งทาง อย.ก็ได้

ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1470397481

Facebook Comments