แสดงกระทู้ - รีวิวอาหารเสริมผู้ชาย

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - รีวิวอาหารเสริมผู้ชาย

หน้า: [1] 2 3 4
1

เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 5 เม.ย. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก อายุ 67 ปี, นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 55 ปี, นายชัยณรงค์ อันสุข หรือป๋าสง่า อายุ 54 ปี, นายมนัส อ่วมทับ หรือป๋านัส อายุ 48 ปี, นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป อายุ 29 ปี, นายสมชาย แสงอุดม หรือป๋าต้น อายุ 52 ปี, ห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรินทร์ ออเซน น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ เป็นจำเลยที่ 1-8 ในฐานะผู้มีอำนาจ, และบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด จำเลยที่ 9


โดยนายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้มีอำนาจ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ โดยแสวงหาประโยชน์มิชอบจากบุคคลและเด็กจากการค้าประเวณี การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่นด้วยวิธีการฉ้อฉลหลอกลวง โดยใช้อำนาจมิชอบ สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณีฯ


พนักงานอัยการโจทก์ระบุพฤติการณ์ความผิดของจำเลยสรุปว่า เมื่อประมาณต้นเดือน ตุลาคม 2559 – 12 มกราคม 2561 ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้ง 9 กับพวกอีกหลายคนที่ยังหลบหนี บังอาจกระทำผิดกฎหมายหลายบท หลายกรรมต่างกัน โดยการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไป หญิงสาวชาวเมียนมาร์จำนวน 113 คน โดยมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มาทำการค้าประเวณีที่สถานอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท ถ.พระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. เพื่อสนองความใคร่ทางกามารมณ์แก่ผู้อื่น อันเป็นการกระทำโดยมิชอบ ต่อมาวันที่ 12 มกราคม 2561 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานเข้าตรวจค้นสถานอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท พร้อมกับจับกุมพวกจำเลย โดยชั้นสอบสวนจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ท้ายคำฟ้องพนักงานอัยการ ระบุด้วยว่า หากจำเลยขอปล่อยชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้าน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากจำเลยได้รับการปล่อยตัวอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี

ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีดำที่ คม.24/2561 ไว้พิจารณา และเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำมาสอบคำให้การในวันที่ 9 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

เครดิต https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_932046

2

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ร.ต.อ.จักรพันธ์ แก้วขาว รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ควบคุมตัวชายชาวฝรั่งเศส อายุ 26 ปี มาฝากขังไว้ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา สภ.เกาะสมุย เพื่อรอฝากขังศาลจังหวัดเกาะสมุย ในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็นด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายให้ผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หลังตกเป็นผู้ต้องหาถูกหญิงสาวอายุ 18 ปี สัญชาติอังกฤษ แจ้งความว่าถูกชายชาวต่างชาติล่วงละเมิดทางเพศภายในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา

โดยคดีนี้สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ บุญแก้ว สวญ.สภ.เกาะเต่า และ พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์ รอง ผกก.(สอบสวน) ได้รับการประสานจากสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และผู้เสียหายเป็นหญิงสาวสัญชาติอังกฤษ อายุ 18 ปี ว่าเมื่อวันที่ 4 เม.ย. เวลาประมาณ 23.30 น. ผู้เสียหายพร้อมเพื่อนไปเที่ยวบาร์เบียร์แห่งหนึ่งบนเกาะเต่า


โดยได้ดื่มกินและเล่นเกมส์กับเพื่อนผู้หญิงและผู้ชายชาวต่างชาติ จากนั้นรู้สึกมึนเมาเหมือนโดนวางยา และเช้าวันต่อมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องกับชายผิวดำ จึงรีบหนีออกจากห้องกลับโรงแรมโทรศัพท์ไปหามารดาที่อังกฤษแล้วเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง มารดาจึงแจ้งสถานทูตอังกฤษเพื่อช่วยประสานงานนำตัวลูกสาวไปตรวจร่างกายที่ร.พ.เกาะเต่า ก่อนนำผลตรวจไปแจ้งความ


จากนั้นตำรวจพาผู้เสียหายไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งมีชายสัญชาติฝรั่งเศส อายุ 26 ปีเป็นคนมาเปิดห้องแต่ได้คืนห้องพักไปแล้วและกำลังเดินทางไปจ.ภูเก็ต ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย เลขที่ 23/2561 ลงวันที่ 7 เม.ย. 2561 ก่อนประสานตำรวจภูเก็ตออกติดตามจับกุมตัวไว้ได้


จากการสอบสวนให้การว่า เป็นตำรวจอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนที่เกาะเต่า แล้วได้เจอหญิงสาวผู้เสียหายจริงในบาร์เบียร์ ซึ่งพูดคุยกันถูกคอจึงได้ชักชวนมาที่ห้องพักแล้วร่วมหลับนอนกัน โดยไม่ได้มีการบังคับขืนใจแต่อย่างใด

เครดิต https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_942040

3

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 8 เม.ย. ร.ต.อ.ธนศักดิ์ พ้องเสียง รองสว.(สอบสวน)สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุมีคนยิงกันเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ภายในอาคารพยูงศรวิเศษ เลขที่ 141 ซอยพระยาสุเรนทร์ 30 ถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ จึงแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบก่อนไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.คันนายาว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวชรพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู


ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักแบ่งให้เช่าสูง 2 ชั้น ภายในห้องเช่าที่ 11 ชั้นที่ 1 พบศพนายวิทยา เทียมกามา อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ สภาพนอนคว่ำหน้าสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีครีม มีบาดแผลถูกยิงที่ใบหน้าจนแหลกเหลวจมกองเลือด ใกล้กันพบร่างน.ส.สำเภา เบ้าศรี อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดกำแพงเพชร มีบาดแผลถูกยิงบริเวณหน้าท้องหลายแผล นอนหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่จึงเร่งช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล จากการตรวจสอบภายในห้องพักพบเหล้าเปิดกินแล้ว 2 ขวด อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนลูกซองอีก 1 นัด ตกอยู่ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน


จากการสอบสวนเพื่อนข้างห้องทราบว่า ทั้งสองเป็นแฟนกัน ทำงานเป็นคนงานก่อสร้าง ฝ่ายหญิงพักอาศัยอยู่ที่นี่มานานแล้ว ส่วนผู้ชายเพิ่งเข้ามาได้ประมาณ 1 ปี ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ยินเสียงทั้งสองเดินผ่านหน้าห้องแล้วพูดคุยกัน ฝ่ายชายพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่าฝ่ายหญิงมีคนอื่นใช่หรือไม่ แต่ฝ่ายหญิงตอบกลับไปว่าถ้าคิดว่ามีให้ไปหาหลักฐานมา ฝ่ายชายจึงถามต่อไปว่าถ้าหาได้แล้วจะยอมรับไหม ก่อนทั้งคู่จะเข้าห้องไป ต่อมาตนเดินออกมาบริเวณหน้าอาคาร แล้วได้ยินเสียงดังลั่นคล้ายกระจกแตก จึงเดินไปดู แต่ประตูถูกล็อกจากด้านใน ตะโกนเรียกเข้าไปก็ไม่มีใครตอบ จึงขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัย ต้องใช้วิธีการตัดมุ้งลวดที่ระเบียงเข้าไป จึงพบผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ


พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นคาดว่าทั้งสองคนทะเลาะกันเกี่ยวกับเรื่องความหึงห่วง โดยฝ่ายชายเชื่อว่าฝ่ายหญิงมีผู้ชายอื่น แล้วพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง ฝ่ายชายจึงใช้ปืนยิงใส่แฟนจนแน่นิ่งไป ส่วนตัวเองกลัวความผิดจึงใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงกรอกปากตัวเองเสียชีวิต โดยฝ่ายหญิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ยังไม่พ้นขีดอันตราย เจ้าหน้าที่ได้นำศพนายวิทยาส่งสถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรพลิกศพ และจะสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

เครดิต https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_942697

4

เป็นเรื่องเป็นราวอีกรอบแล้ว สำหรับคนดังในโลกโซเชียลของเมืองไทย จากเคยมีเรื่องราวอดีตแฟนสาวถ่ายคลิปตอนนักร้องเน็ตไอดอลชื่อดังพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในห้อง จนมีปากเสียงกันมาแล้วครั้งหนึ่ง


ล่าสุดมีแช็ตไลน์หลุด นักร้องคนดังรายหนึ่งคุยกับแฟนคลับสาว ในลักษณะสนิทสนม มีการไปหาถึงบ้าน กระทั่งแฟนคลับคนดังกล่าว ได้มีการแช็ตไลน์ไปปรึกษากับอดีตแฟนเก่านักร้องคนดังว่า ตนเองได้ไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนักร้องคนดังคนนี้ แต่หลังจากนั้น นักร้องคนดังก็หายเงียบไป จึงอยากให้กรณีของตนเอง เป็นกรณีตัวอย่าง บทเรียนสาวๆ ไม่อยากให้แฟนคลับคนอื่นๆ ที่ปลื้มคนดัง เชื่อคำหวานที่เค้าให้ความหวัง เหมือนอย่างที่ตัวเองโดนครั้งนี้


โดยในแช็ตแฟนคลับสาวรายนี้ระบุยังมีอีกหลายคนที่โดน อายุ 18-20 ปีต้นๆ ทำให้คนได้ฟังเรื่องราวมีความไม่พอใจนักร้องคนดัง ถึงขนาดประกาศอยากไปแจ้งความเอาผิดพรากผู้เยาว์ด้วย





5

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 26 มี.ค.61 ร.ต.อ.โสภณ สรรพศรี ร้อยเวรสองศูนย์ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีผู้หญิงถูกคนร้ายฉุดเข้าป่าร้องขอความช่วยเหลือภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร (หลังแยกแอดบูม) ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวงและรถกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง

ที่เกิดเหตุเป็นป่าต้นกระถิ่น ข้างทางพบหญิงสาวทราบชื่อ นางสาวชิตชนก (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี สภาพเมาพูดจาไม่รู้เรื่อง สวมเสื้อสีเหลือง สวมกางเกงขาสั้น เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามบอกแต่เพียงว่าอยากกลับบ้านอย่างเดียว บริเวณขาพบบาดแผลถูกลากเข้าไปในป่า และในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า MSX สีเขียวอ่อน หมายเลขทะเบียน 1กณ2277 พระนครศรีอยุธยา


จากการสอบถามนายสิทธิพงษ์ อาจใจ อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใน นิคมอุตสาหกรรม นวนคร บอกว่า ขณะตนเองขับรถจักรยานยนต์ออกตรวจพื้นที่และมาบริเวณจุดเกิดเหตุเห็นมีผู้หญิงกับผู้ชายยืนเถียงกันอยู่ ซึ่งตนเองคิดว่าทั้ง 2 คนเป็นแฟนกัน แต่ผู้หญิงร้องมาว่า หนูไม่ยอม หนูไม่เอา ตนจึงได้ไปเรียกเพื่อนรปภ.มาช่วย แต่เมื่อกลับมาก็พบว่าผู้หญิงถูกฉุดเข้าไปนอนอยู่ในป่าและผู้ชายก็หายไป


ต่อมานางสาวดรุณี วันธิรัตน์ อายุ 24 ปี และเพื่อนๆผู้ได้รับบาดเจ็บมาที่เกิดเหตุและบอกว่า ตนเองพร้อมเพื่อนๆและผู้ได้รับบาดเจ็บ ไปเที่ยวที่โรงเหล้าแสงจันทร์นวนคร เมื่อเวลา 01.00 น. เมื่อร้านปิดก็กำลังจะกลับห้องพัก แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บเมามาก จึงได้ขึ้นแท็กซี่กลับ แต่ระหว่างนั้นก็ได้มีชายอายุประมาณ 25-30 ปีใส่ชุดสีดำอ้างตัวว่าเป็นการ์ดของร้านมาช่วยเอาเพื่อนขึ้นรถแท็กซี่ จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็ได้ขึ้นรถแท็กซี่มากับพวกตนด้วย และรถแท็กซี่ก็มาจอดที่หน้าหอพักในนครชัยวิลล่าซอย1 ที่ตนอยู่ ผู้ชายที่อ้างตัวว่าเป็นการ์ดก็ได้อุ้มเพื่อน (คนเจ็บ) ของตนเองลงมาจากรถ

จากนั้นผู้ชายซึ่งอ้างตัวว่าเป็นการ์ดก็ได้อาสาขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าMSX สีเขียวอ่อน หมายเลขทะเบียน 1กณ2277 พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นของเพื่อนอีกคน ขับพาคนเจ็บไปส่งที่ห้อง ซึ่งอยู่ที่นครชัยวิลล่าซอย 3 โดยมีเพื่อนๆคอยเดินตามมา เพราะกลัวว่าเพื่อนจะร่วงจากรถ พอใกล้ปากทางนครชัยวิลล่า 3 ผู้ชายคนดังกล่าวก็ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับเพื่อนของตนเองที่นั่งซ้อนท้ายอยู่ ตนเองก็ได้พยายามตามหาจนมาพบว่าเพื่อนถูกฉุดเข้าไปในป่าข้างทาง และพบว่ามีแหวนทองหายไป 1 วง


ด้าน ร.ต.อ.โสภณ หลังตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงได้ให้รถกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง นำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลการุณเวช นวนคร เพื่อตรวจว่ามีบาดแผลหรือร่องรอยการถูกข่มขืนหรือไม่ พร้อมทั้งให้กลุ่มเพื่อนๆของผู้ได้รับบาดเจ็บไปพบพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อสอบสวนอีกครั้ง พร้อมทั้งจะได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

เครดิต https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_885211

6

   เมื่อวันที่ 27 มี.ค.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นำโดย พ.ต.ท.เฉลิมชัย เหิรสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.กะทู้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดภูเก็ตเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาเบาะแสคนร้าย ซึ่งคาดว่าเป็นคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ก่อเหตุลวนลามและชิงทรัพย์ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 26 ปี นักท่องเที่ยวสาวชาวตุรกี ที่ใช้บริการจากพื้นที่เทศบาลเมืองป่าตอง ก่อนพาออกนอกเส้นทางลงมือลวนลามและชิงทรัพย์ และทิ้งผู้เสียหายไว้ บริเวณเขื่อนบางวาด หมู่ 7 ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ ก่อนมีประชาชนที่ออกกำลังกายมาพบและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ


ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ เวลาประมาณ 05.56 น.ของ วันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วัฒนาทร บำรุงถิ่น รองสารวัตรสอบสวน สภ.กะทู้ พร้อมด้วย พ.ต.ท.นพรุจ สุขกรี สวป.สภ.กะทู้และ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบตามรับแจ้ง พบน.ส.บี (นามสมมติ) อยู่ในที่เกิดเหตุสภาพตื่นตกใจ ก่อนพาตัวไปยังสภ.กะทู้เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม


น.ส.บี ให้การว่า ตอนตี 3 ตนซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ได้เรียกรถจยย.รับจ้างคันดังกล่าว จากซอยนาในหาดป่าตอง และให้ไปส่งที่โรงแรมอิลมาเร่ป่าตองเพลส แต่หลังจากตกลงขึ้นรถไปแล้ว รถจยย.รับจ้างไม่ยอมไปส่ง และขับออกนอกเส้นทางมาถึงจุดเกิดเหตุ (เขื่อนบางวาด) ก่อนลวนลาม ตนได้สติจึงโวยวาย คนร้ายจึงหยุดและชิงทรัพย์สิน ไปประกอบด้วย โทรศัพท์ไอโฟน 6 เอสสีดำ 1 เครื่อง , เงินสดกว่า 4,000 บาท และบัตรเครดิตอีกจำนวนหนึ่ง

พ.ต.ท.เฉลิมชัย เหิรสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.กะทู้ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุดในวันนี้( 27 มี.ค.61)เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.กะทู้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดได้เร่งติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดจนพบเบาะแสบางส่วนของคนร้ายรายนี้แล้ว โดยเป็นภาพขณะคนร้ายซึ่งสวมเสื้อกั๊กสีน้ำเงิน ขับรถจยย.โดยมีผู้เสียหายซ้อนท้าย แต่ภาพใบหน้าและทะเบียนรถยังไม่ชัดเจน และอยู่ระหว่างการหาเบาะแสเพิ่มเติม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่าเป็นจุดที่ขึ้นรถ แต่ก็มีความคลาดเคลื่อนเรื่องสถานที่เนื่องจากผู้เสียหายอยู่ในอาการมึนเมาจึงจำไม่ค่อยได้ แต่คาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ในเร็วๆนี้

สำหรับ น.ส.บี ผู้เสียหายนั้น จากการสอบถามทราบว่า เคยเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตเมื่อปีที่ผ่านมาแล้ว 1 ครั้ง ก่อนจะเดินทางมาคนเดียวในครั้งนี้

เครดิต https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_890984

7
กวาดจับนับสิบ คดีข่มขืนยอมความ-ให้คู่กรณีเลือกผู้หญิงตามใจชอบ



เมื่อ 27 มี.ค. เอเอฟพีรายงานว่า ตำรวจปากีสถานนำกำลังเข้าจับกุมชาย 10 คน ที่มีส่วนร่วมกันวางแผนและจัดแจงการข่มขืนผู้หญิงเพื่อล้างแค้นให้อีกครอบครัวหนึ่ง

นาอีม ยูซุฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. ในเมืองโทบาเทกสิงห์ แคว้นปัญจาบ ชายวัยรุ่นคนหนึ่งข่มขืนเด็กสาวอายุ 16 ปีแล้วถูกจับได้ ทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นพากันมารุมประณามและเรียกร้องให้สังหารชายวัยรุ่นผู้นี้



ต่อมาทางครอบครัวของฝ่ายชายจึงเสนอทางเลือกให้กับครอบครัวของหญิงผู้เสียหาย เลือกข่มขืนสมาชิกครอบครัวคนใดของตนก็ได้เพื่อเป็นการชดใช้ ซึ่งฝ่ายผู้เสียหายเลือกหญิงอายุ 40 ปีให้พี่ชายของสาววัย 16 ปีข่มขืน

การสอบสวนพบหลักฐานทั้งสองฝ่ายร่างข้อตกลงว่าจะเลิกแล้วต่อกัน แต่ต่อมาทางตำรวจได้รับหนังสือฉบับนี้ และถือเป็นอาญาแผ่นดิน ตำรวจจึงเข้าจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ทั้งนี้ การข่มขืนล้างแค้นเกิดขึ้นบ่อยครั้งในปากีสถาน เนื่องจากผู้หญิงมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการยอมความและตกลงกันแทนการใช้กฎหมาย ถือเป็นอุปสรรคสำคัญด้านสิทธิสตรีในประเทศ

เครดิต https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_892707

8
วิธีทำให้ผู้หญิงฟินจนน้ำเเตก

   การทำให้ผู้หญิงฟินถึงขั้นน้ำเเตกเเล้วเเตกอีกคุณต้องทำร่างกายให้เเข็งเเรง พร้อมที่จะรบเสมอ ไม่ใช่เเค่การเล้าโลมเท่านั้นเเละต้องเรียนรู้ลีลาท่าเด็ดเอากับไปใช้กับสาวๆ  และกระตุ้นจุด G-Spot ของผู้หญิง วันนี้ผมเลยจะมาบอกวิธีที่ทำให้ผู้หญิงฟินจนน้ำเเตก เเละวิธีการที่ทำให้หนุ่มสามารถมีsexได้นานขึ้น

   1.ท่าตะแคงข้าง



  ท่านี้รับประกันเลยว่าเสี่ยวได้เรื่องเลยเเหละ เเละเป็นท่าที่สามารถทำให้ผู้หญิงเสร็จได้เเละทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดได้เเบบรวดเร็ว มันเป็นท่าร่วมรักอบอุ่นและผ่อนคลาย สร้างอารมณ์ได้ดีที่เดียวเลยเเหละคับ

   ผู้หญิงหลายคนต้องหดเกร็งตัวอย่างเต็มร่างก่อนจะเข้าถึงการบรรลุจุดสุดยอด ถ้าตะแคงข้างนี้มันมันตรงกับจุดที่ทำให้น้ำเเตกได้ เพราะคุณผู้หญิงสามารถใช้กล้ามเนื้อขาเพื่อหนุนตัวได้มากขึ้นและชื่นมื่นกับการชักลูกสูบของคุณผู้ชายได้อย่างเต็มที่ ผู้หญิงสามารถผ่อนคลายและเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาได้ ซึ่งนี่ก็จะนำไปสู่ความรู้สึกที่ชื่นมื่นมากขึ้น


   2.การใช้ปากเเละการใช้ลิ้น




  เป็นอีกท่าหนึ่งที่ผู้หญิงชอบมาก ผู้หญิงส่วนใหญ่ท่านี้มาก เเละชอบให้ผู้ชายใช้ลิ้นมากเพราะการใช้มันทำสื่อถึงอารมณ์ความใคร่ได้มาก เพราะโดนปุ่มกระสันๆเป็นอวัยวะที่ไวสัมผัสมากเพราะมีปลายประสาทจำนวนเยอะมาก

  ส่วนมากผู้หญิงจะเสร็จเพราะท่าเลียเเละการใช้ลิ้นที่พริ้วไหวของผู้ชาย วิธีทำง่ายๆ ลากปลายลิ้นของคุณวาดวนไปรอบๆท้องน้อยของเธอจนกระทั่งถึงตุ่มเนื้อนิ่มๆกลมๆหรือเรียกว่า "เม็ดเเตด"หรือดูดมันเบาๆและวนปลายลิ้นรอบๆมัน การแหย่ลิ้นของคุณเข้าไปในช่องคลอดด้วยลีลาเข้า-ออกก็สามารถทำให้สะท้านไปทั่งร่างกายได้เเละทำให้น้ำเเตกได้

 3.ความพิสดาร



 
ลองเปลี่ยนสถานที่มั้ง เปลี่ยนบรรยากาศบ้างไม่ใช่เอาเเต่อยู่บนเตียงอยากจำกัดการมีsexเเค่ในห้องนอน  ลองไปที่อื่นบ้างเช่น โต๊ะ เก้าอี้ บรรได ในห้องครัวมั้งก็ดี เพราะทำให้การมีsexตื่นเต้นกว่าเดิมหลายเท่า

 หรือลองใช้พวกของเล่น sex toy มั้งก็ดีนะคับเพิ่มการตื่นเต้นกระตุ้นอารมณ์ได้ดีทีเดียวเลย เพราะเป็นรถชาติเเปลกใหม่ไม่ซ้ำเดิม ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ได้เลยคับ รับรองว่าทำให้กระตุ้นอารมณ์ผู้หญิงได้ดีจนทำให้เเตกเร็วกว่าปกติ


วิธีการที่ทำให้หนุ่มสามารถมีsexได้นานขึ้น





1.ไม่ควรกินเหล้ากับสูบบุหรี่

เพราะบุหรี่กับบุหรี่มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศทั้งทางด้านกายภาพและอารมณ์ความรู้สึก... ทำให้เสร็จเร็วหรือบางครั้งนกเขาไม่ขัน ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ เราควรงดเหล้ากับบุหรี่ ถ้าเลิกไม่ได้ก็ใช้วิธีพยายามลดวันละนิดก็ได้ ก่อนที่มันสายเกินไป......


2.ออกกำลังกายบ่อยๆ

การออกกำลังกายบ่อยๆเช่น เข้าฟิตเนส วิ่ง ปั่นจักรยานก็สามารถช่วยทำให้หลั่งช้าได้คับ เพราะถ้าร่างกายเราเเข็งเเรง ร่างกายฟิตมันก็จำทำให้หลั่งช้าได้ เเละนี้เป็นวิธีที่คนมักนิยมทำกันคับ


3.ฝึกช่วยตัวเอง เพื่อชะลองการหลั่งเร็ว

ฝึกความอดทนอดกลั้น ด้วยการช่วยตัวเอง ชะลอความรู้สึกให้ปล่อยช้าลง หรือฝึกขมิบบ่อยๆ ก็จะช่วยให้ อึด ทน นานจนต้องร้องขอชีวิต (แต่อย่าช่วยตัวเองบ่อยนัก!เพราะอาจจะชินกับมือ)


4.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง อีกทั้งต้องเป็นการนอนหลับอย่างสนิท!เพราะการนอนให้เพียงพอมันทำให้ร่างกายเราซ่อมเเซมเเละทำให้สดชื่น สามารถทำเพิ่มระยะเวลาการหลั่งได้


5.ลองฝึกขมิบดู

 ลองฝึกขมิบดู. การขมิบช่วยทำให้กล้ามเนื้อกระชับและแข็งแรงขึ้น โดยกล้ามเนื้อนี้คือกล้ามเนื้อที่คุณเกร็งเมื่อต้องการหยุดปัสสาวะกลางคัน การขมิบนั้นทำได้ง่ายและสามารถทำได้โดยไม่มีใครรับรู้

 เกร็งกล้ามเนื้อ ไว้ 10 วินาทีต่อครั้ง ลองทำเช่นนี้วันละ 10 ครั้ง โดยทำที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้

6.ใช้ถุงยางอนามัย

  ควรหลีกเลี่ยงถุงยางอนามัยซึ่งมีสารหล่อลื่นที่กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกต่างๆ เช่น ความรู้สึกเย็นซ่าหรืออุ่น ก็อย่างที่รู้ๆ กัน ยิ่งมีการกระตุ้นอารมณ์มากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสหลั่งเร็วมากขึ้นเท่านั้น
  ถุงยางอนามัยผลิตจากวัสดุหลายประเภท หากคุณแพ้ถุงยางอนามัยที่ผลิตจากยางพารา ลองหาซื้อถุงยางอนามัยที่ผลิตจากโพลียูรีเทนหรือโพลีไอโซพรีนมาใช้ดู

7.บีบปลายอวัยวะเพศ

บีบปลายอวัยวะเพศของคุณเป็นวิธีที่จะช่วยหยุดการหลั่งเร็วอีก แม้ว่ามันต้องการให้คุณถอนตัวออกจากคู่ของคุณผ่านไปครึ่งทางเพศสัมพันธ์ก็เป็นวิธีที่ดี แก้ปัญหา หลั่งเร็ว

8.อารหารเสริมผู้ชาย

อาหาเสริมผู้ชายเน้นย้ำว่าอาหารเสริมผู้ชายนะคับไม่ใช่ไวอากร้า!! อาหารเสริมผู้ชายเป็นตัวเลือกอย่างหนึ่งของคนที่ต้องการหลั่งช้า อาหารเสริมผู้ชายสามารถช่วยได้คับ ถ้าสนใจก็ติดต่อในเว็ปนี้ได้เลยคับ


   

9


เพจดังของประเทศเวียดนามClip Giải Trí]Clip Giải Tríได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

คลิปวิดีโอปรากฏภาพ หญิงสาวสวมเสื้อสีชมพูกำลังอุ้มเด็กเล็ก ยืนโต้เถียงอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ริมถนนแห่งหนึ่งของประเทศจีน



หลังจากนั้น สิ่งที่ผู้เห็นเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับหญิิงสาวที่กำลังอุ้มเด็ก ทุ่มลงไปกับพื้นจนเธอหน้าคว่ำลงไป เช่นเดียวกับหนูน้อยที่ร่วงลงไปกองอยู่กับพื้น ก่อนจะส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

ท่ามกลางความตกใจของกลุ่มผู้เห็นเหตุการณ์ ที่รีบวิ่งเข้ามาช่วยซับเหลือให้หนูน้อยที่กำลังยืนร้องไห้ โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายที่อยู่บนรถได้วิ่งลงมาช่วยเพื่อน อย่างไม่ได้มีความรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ตรงหน้า และยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะจับตัวหญิงสาวกดไว้กับพื้น



ภายหลังทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณปลายปีที่ผ่านมา โดยหญิงสาวจอดรถผิดกฎจราจร และมีการโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อ้างว่า เขาได้บอกให้หญิงสาววางเด็กลงกับพื้นแล้วแต่เธอก็ไม่ยอมทำตาม



จนเกิดเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงเข้าจับกุมตามคลิปดังกล่าว ทำให้ได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกทั้งแม่และลูก ซึ่งทางต้นสังกัดได้สั่งให้ตำรวจสองนายนี้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว อีกทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าผิดจริงจะต้องดำเนินบทลงโทษต่อไป


หลังจากคลิปเผยแพร่ออกไป จนกลายเป็นไวรัลในหลายประเทศ ทำให้ชาวเน็ตแห่ชมกว่า 9 ล้านวิวแล้ว อีกทั้งยังเกิดกระแสคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคลิป ว่าเป็นการใช้กำลังเกินกว่าเหตุอีกด้วย

เครดิต https://www.khaosod.co.th/clips/news_891583

10

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 มี.ค. ที่บก.ปคม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย กรณีได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายเก่ง (นามสมมติ) พี่ชายน.ส.เปิ้ล (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ผู้เสียหายถูกน.ส.แอน และน.ส.หญิง 2 สาวนายหน้าหลอกให้ไปทำงานนวดแผนไทย ที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี แต่อ้างว่าต้องไปอบรมวิธีการนวดที่ประเทศบาห์เรนก่อน

โดยการเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของน.ส.เปิ้ลผู้เสียหาย โดยนายหน้าทั้ง 2 คนพาไปทำหนังสือเดินทางเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะเดินทางไปบาห์เรนเมื่อวันที่ 20 มี.ค. แต่เมื่อถึงสนามบินกลับพาไปที่เมืองมานามา ประเทศบาห์เรน กักขังทำร้ายร่างกาย ขู่บังคับให้ล้างหนี้โดยการขายบริการทางเพศ บังคับให้รับแขก นำเงินมาเป็นค่านายหน้าและค่าใช้จ่าย


จนเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ผู้เสียหายหาโอกาสส่งข้อความทางไลน์แจ้งให้พี่ชายในประเทศไทยทราบว่า โดนหลอกไปค้าประเวณีอยู่ที่บาห์เรน ขอให้หาทางช่วยเหลือออกมาด้วย ทั้งนี้ ตามนโยบายรัฐบาลและคสช. รวมทั้งเป็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ศูนย์ดำรงธรรมจึงได้ประสานไปกรมการกงศุลเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายทันที และได้รับแจ้งกลับมาว่าทางสถานทูตไทยในบาห์เรน ได้ช่วยเหลือน.ส.เปิ้ลออกมาจากสถานที่กักขังได้แล้ว เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ขณะนี้พักอยู่ที่สถานทูตไทยในบาห์เรน รอส่งตัวกลับประเทศไทย


พ.ต.อ.มานะ กล่าวว่า อยากฝากเตือนคนไทยโดยเฉพาะหญิงสาวที่อยากไปทำงานต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกระทรวงแรงงานจะดีที่สุด ไม่ถูกหลอก ส่วนรายนี้เราต้องเชิญกระทรวงแรงงานมาร่วมสอบสวนด้วยว่าเป็นการชักชวนสมัครใจไปเอง หรือหลอกลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ฝากเตือนประชาชนว่า หากพบเห็นการกระทำลักษณะเข้าข่ายค้ามนุษย์ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทั้งที่ 191, 1191 สายด่วนป้องกันการค้ามนุษย์ หรือขอความช่วยเหลือกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 1130 หรือที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ที่มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

สำหรับรายนี้นับว่าโชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาได้ทันท่วงที ต้องรอผู้เสียหายกลับมาสอบปากคำเพื่อขยายผลเอาผิดนายหน้าสาวทั้ง 2 รายต่อไป

เครดิต https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_886458

11


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่ สน.พหลโยธิน น.ส.อินทุอร ดีบุกคำ หรือน้องแอล อายุ 22 ปี นักร้องประจำวง “คิง ก่อนบ่าย ก๊อบปี้วาไรตี้โชว์” เดินทางมาพร้อมนายณภัทร ชุ่มจิตตรี หรือคิง ก่อนบ่าย นักร้องเงาเสียง “เสก โลโซ” เพื่อแจ้งความ ร้องทุกข์กับร.ต.ท.ทัพพสาร ปานแสง รอง สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน หลังถูกคนขับรถแท็กซี่พาเข้าโรงแรมม่านรูด ย่านลาดพร้าว กทม. เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา

น.ส.อินทุอรเปิดเผยว่า คืนเกิดเหตุวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ไปดื่มกินกับเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนราชพฤกษ์ ต่อมาเวลา 01.00 น. หลังจากร้านปิดได้เรียกแท็กซี่คันสีแดง จำทะเบียนได้ ทห 6270 กทม. โดยคนขับรถอายุประมาณ 30 ปี ก่อนบอกให้คนขับไปส่งที่บ้านพี่สาวย่านรัชดาฯ ด้วยความเมาจึงเผลอหลับไปบนรถแท็กซี่

น.ส.อินทุอรกล่าวอีกว่า หลังจากหลับไปก็มารู้สึกตัวอีกครั้งพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว ก่อนหันไปเห็นคนขับรถแท็กซี่เปลือยกายแล้วกำลังจะมาไซ้ซอกคอ จึงร้องโวยวายขึ้นมา พร้อมถามว่าทำไมพาหนูมาที่นี่ ทำไม ไม่พาไปส่งที่บ้าน ถอดเสื้อผ้าทำไม คนขับจึงบอกว่า เห็นน้องหลับจึงพามานอนที่โรงแรม ไม่ได้ทำอะไร ที่ถอดเสื้อเพื่อจะอาบน้ำเฉยๆ เมื่อตั้งสติได้จึงหยิบโทรศัพท์แล้วบอกให้พี่ชายมารับ คนขับจึงบอกว่า “อย่าเอาเรื่องเค้านะ ขอโทษนะ” ก่อนจะเปิดกระเป๋าและหยิบเงินของตนเองไปกว่า 1,000 บาท จากนั้นโยนเงินมาให้ 200 บาทแล้วขับรถแท็กซี่หลบหนีไป จังหวะนั้นบอกพนักงานโรงแรมและคนรับรถจนสามารถจดทะเบียนรถแท็กซี่ไว้ได้ ก่อนเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสานฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดโรงแรมที่เกิดเหตุ และเร่งติดตามตัวโชเฟอร์แท็กซี่รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย


รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้ตรวจสอบจนได้เบาะแสของรถแท็กซี่ คันดังกล่าวแล้ว พบว่าทะเบียนหมวด ทห 6270 กทม. โดยยังทราบว่าเป็นรถของสหกรณ์แท็กซี่อะไรแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามตัวโชเฟอร์รถแท็กซี่มาสอบสวนว่าเป็นคนเดียวกับที่ผู้เสียหายแจ้งความจับหรือไม่

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลเบื้องต้น จากกล้องวงจรปิดภายในรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเค ซึ่งกำหนดให้รถแท็กซี่ทุกคันต้องติดระบบป้องกันความปลอดภัยและกล้องวงจรปิดภายในรถ โดยกล้องวงจรปิดภายในรถแท็กซี่คันดังกล่าวได้บันทึกภาพในห้องโดยสารของรถแท็กซี่ พบว่าเมื่อเวลา 00.35 น. วันที่ 22 มี.ค. รถแท็กซี่ขับ อยู่บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยลาดพร้าว 25 ซึ่งกล้องเห็นหน้าโชเฟอร์แท็กซี่อย่างชัดเจน และเห็นสาวผู้เสียหายนอนหลับอยู่ที่เบาะข้างคนขับ

โดยล่าสุดช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบบจีพีเอสของรถแท็กซี่คันก่อเหตุ พบโชเฟอร์ที่ก่อเหตุยังนำรถออกวิ่งรับจ้างรับผู้โดยสารแถวบริเวณถนนรังสิต-นครนายก (ดรีมเวิลด์) จากนั้นขับรถแท็กซี่ไปจอดไว้ที่สหกรณ์แท็กซี่แล้วหลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างแกะรอยโชเฟอร์แท็กซี่หื่นรายนี้มาดำเนินคดี

เครดิต https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_879217

12
อย่างกับผ่านสงคราม! พริตตี้โวยโดนจ้างมาเอนเตอร์เทน แต่กลับทำช้ำไปทั้งตัว


สมาชิกเฟซบุ๊ก “จุฑาทิพย์ ฉายมณีรักษ์” โพสต์ภาพและคลิป พร้อมเล่าเรื่องราว หลังกลุ่มพวกเธอได้รับการว่าจ้างให้มาเอนเตอร์เทนในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง ซึ่งเธอบอกว่าก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่กลับถูกกระทำที่รุนแรง ซึ่งเธอก็บอกว่าเป็นประจำเดือนก็ไม่ฟัง ลากลงไปในน้ำที่ตื้นแค่หน้าแข้ง จนเข่าถลอกเป็นแผล พอพวกเธอเห็นว่ามันเกินไป ก็จะเลิก แต่กลับทำให้คนจ้างไม่พอใจและบอกว่าจะไม่จ่ายเงิน และโวยวายเสียงดัง ขอโทษสักคำก็ไม่มี ซึ่งในคลิปมีชายคนหนึ่งกำลังโวยวาย แต่มีกลุ่มเพื่อนๆ มากอดรัดและห้ามเอาไว้ นอกจากนี้ยังได้ลงภาพที่มีบาดแผลที่หัวเข่า รวมถึงกลุ่มเพื่อนๆ ที่มีแผลถลอกตามร่างกายหลายคน


เครดิต https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_869736

13

จากกรณีกลุ่มนักศึกษาจากวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.พงศธร อินทร์หอม รองสว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา ว่าเพื่อนนักศึกษาสาว “ฟ้า” (นามสมมติ) ถูกอาจารย์ชื่อย่อ “ป.” วัย 58 ปีลวงขึ้นรถพาเข้าโรงแรม หลังขอแก้ผลการเรียนมส. แต่สามารถหนีออกมาได้ทัน


ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รองผู้อำนวยการวิทยาลัยดังกล่าวได้เรียกอาจารย์”ป” พร้อมด้วยน.ส.ฟ้า และผู้ปกครองมาพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดบยอาจารย์”ป”ยอมรับว่า ได้กระทำเรื่องดังกล่าวจริง ทั้งลูบขานศ.สาว และพาเข้าโรงแรม เพราะมีใจชอบนศ.สาวอยู่แล้ว อีกทั้งมีหลายอย่างที่ทำให้เข้าใจว่านศ.สาวมีใจให้กับตน เพราะนศ.สาวยอมขึ้นมาบนรถนั่งไปด้วยกันสองต่อสอง จึงได้กระทำเช่นนั้น

ผู้ปกครองของนศ.สาวเหยื่อ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมากที่อาจารย์ทำกับลูกศิษย์แบบนี้ เพราะผู้ปกครองไว้เนื้อเชื่อใจอาจารย์จะรักลูกศิษย์เหมือนกับพ่อแม่รัก เหมือนเรามาฝากให้อาจารย์ช่วยขัดเกลาสั่งสอนเด็ก เปรียบก็เป็นพ่อคนหนึ่ง จึงยอมรับตรงส่วนนี้ไม่ได้ ต้องแจ้งความเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด


น้อง”ฟ้า”เหยื่อสาว กล่าวว่า พอทราบว่าคะแนนไม่ผ่าน ได้พยายามติดต่อเพื่อขอแก้ไขหรือสอบซ่อม แต่อาจารย์บ่ายเบี่ยงหลายครั้ง จนล่าสุดติดต่ออาจารย์ไปอีกครั้งอาจารย์นัดพบที่หน้าห้างสรรพสินค้าบอกว่าจะพาไปทำงานแก้ไขคะแนนให้ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น


ส่วนรองผู้อำนวยการวิทยาลัย กล่าวว่า ในเบื้องต้นขณะนี้ได้สั่งให้อาจารย์คนดังกล่าวหยุดทำการสอนก่อน และตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนตามระเบียบของทางราชการในการทำกระทำความผิดทางวินัย จากการพูดคุยสอบถามทั้งตัวนักศึกษา และอาจารย์ แล้ว พบว่าอาจารย์ยอมรับสิ่งที่กระทำลงไป ส่วนเรื่องของคะแนนสอบที่ขาดไป 5 คะแนน ทำให้ไม่ผ่านไม่สามารถจบการศึกษาในระดับปวส. ซึ่งทางอาจารย์ได้ปรับเพิ่มคะแนนให้แล้ว

ด้านพ.ต.อ.อนุสรณ์ วะยาคำ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังจากที่ทางผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความว่า ถูกอาจารย์กระทำอนาจาร ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย มีการนัดมาสอบสวนและตรวจร่างกาย ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเชิญตัวอาจารย์ป๊อบมาสอบสวน ในส่วนของคดีอนาจารโทษมีตั้งแต่จำคุกและปรับ หรือ ทั้งจำทั้งปรับ การดำเนินคดีต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

14
ถึงกับสอบปากคำไม่ได้! หนุ่มหึงโหดยิงแฟนสาวนักศึกษาดับ ตร.ไล่จับทันควัน





  วันที่ 19 มี.ค. พ.ต.ท.ภิรมย์ เรืองรุ่ง สว.(สอบสวน) สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช จึงรุดไปตรวจสอบพ้รอม พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช, พ.ต.อ.ทักษิณ โภชากรณ์ ผกก.สภ.พรหมคีรี, เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน, แพทย์เวร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจพรหมคีรี

  ที่เกิดเหตุภายในห้องโถงของบ้านหลังดังกล่าว พบศพ น.ส.อรวรรณ อินทร์แก้ว อายุ 23 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ เข้าที่กกหูขวา 1 นัด นิ้วหัวแม่มือขวาขาด ส่วนคนร้ายทราบชื่อคือ นายธีรวุฒิ เมืองเกิด อายุ 23 ปี หลังก่อเหตุได้ขี่รถจยย.หลบหนีไปพร้อมอาวุธปืน ก่อนที่จะถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ภายในเวลา 15 นาที ในพื้นที่หมู่ 3 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพบว่านายธีรวุฒิ อยู่ในอาการเหมือนเมายาเสพติด เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบปากคำที่โรงพัก


  จากการสอบสวนญาติของนายธีรวุฒิ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.อรวรรณ ได้มาหานายธีรวุฒิ แล้วเข้าไปในบ้าน ปรากฏว่าได้มีปากเสียงทะเลาะกัน จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด หลังจากนั้น นายธีรวุฒิ ได้เดินถือปืนออกจากบ้านแล้วขี่รถจยย.หลบหนีไป จึงรีบเข้าไปในบ้านพบว่า น.ส.อรวรรณ ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายธีรวุฒิ มาสอบปากคำ แต่ไม่สามารถให้การได้ เนื่องจากอยู๋ในอาการเมายาพูดจาวกวน ต้องรอให้สร่างเมาเสียก่อน ซึ่งคาดว่าทั้ง 2 คนน่าจะมีปากเสียงเรื่องหึงหวงกัน จากนั้นนายธีรวุฒิ ได้ยกปืนขึ้นยิง ผู้ตายจึงพยายามปัดป้อง จนถูกยิงนิ้วมือขาดและกระสุนทะลุเข้ากกหูดังกล่าว ส่วนศพผู้ตายได้ส่งไปชันสูตร ก่อนจะมอบให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

เครดิต https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_859852

15
แสดงตัวอย่าง - ฉาวอีก! อาจารย์หนุ่มโรงเรียนดังพิจิตรเป็นกิ๊กนร.สาว ผู้ว่าฯเรียกผอ.แจงด่วน




เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผวจ.พิจิตร เปิดเผยว่า จากกรณีมีเรื่องร้องเรียนว่ามีอาจารย์ผู้ชายของโรงเรียนดังแห่งหนึ่งในจ.พิจิตร แอบคบหากับนักเรียนชั้นมัธยมนั้น ตนได้เรียกผู้บริหารของโรงเรียนดังกล่าวเข้ามาชี้แจงและมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดยขณะนี้ทางโรงเรียนอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า หากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ก็ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นครู อาจารย์และยังมีพฤติกรรมแบบนี้ ดังนั้น จึงต้องมีการดำเนินคดีและโดนลงโทษทางวินัยตามระเบียบข้าราชการครู ไม่ใช่เมื่อเกิดขึ้นมาและก็ให้ความช่วยเหลือกัน ทั้งนี้ ตนอยากให้ครูอาจารย์ทำตัวให้เป็นที่เลื่อมใสเคารพของนักเรียน ไม่ใช่ประพฤติตัวไม่เหมาะสมไปเป็นกิ๊กหรือแอบคบกับลูกศิษย์ อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้ผลการตรวจสอบออกมาก่อน และพร้อมจะให้ความเป็นธรรม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีข่าวออกมา ทางโรงเรียนได้มีการเจรจากับผู้ปกครองของนักเรียนและขอให้อาจารย์คนดังกล่าวขอย้ายตัวเองไปจากโรงเรียน แต่ปรากฎว่าโรงเรียนในพื้นที่จ.พิจิตรที่อาจารย์คนนี้ได้ขอย้ายไปนั้น ไม่มีใครรับเนื่องจากเกรงว่าจะมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแบบนี้อีก

เครดิต https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_856770

หน้า: [1] 2 3 4